วันนี้ข่าวจากสื่อมวลชนให้ความสำคัญกับเรื่องของพลพรรคเสื้อแดงที่แห่แหนกันเข้าไปในประเทศกัมพูชา แจ้งว่าเพื่อไปร่วมดูฟุตบอลระหว่างคนของพรรคเพื่อไทยกับพลพรรคของนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของที่นั่น โดยโปรโมทว่าเป็นการแข่งขันเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างเพื่อนบ้าน(ซึ่งคนไทยกว่าค่อนประเทศไม่ได้นึกคิดเห็นพ้องด้วยแม้แต่น้อย) และที่สำคัญระดมแกนนำคนเสื้อแดงไปกันพร้อมหน้า ไม่เว้นแม้แต่ ส.ส.สังกัดคนเสื้อแดงบางคนของประเทศไทย เป็นความคึกคัก ร่าเริงที่ทุกคนให้ความร่วมมืออย่างกระตือรือล้น โดยไม่ใยดีต่อประชาชนค่อนประเทศที่ถูกน้ำท่วมจนมิดจมูกเลยแม้แต่น้อย สมควรแล้วหรือที่จะยืนหยัดเชิดหน้าแสดงตนว่าเป็นผู้แทนราษฎรของประเทศไทย
ผู้ที่ได้ชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยปกติก็จะต้องกระทำในสิ่งที่ถือว่าเป็นความต้องการของประชาชนและให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นลำดับแรก ไม่ใช่กล่าวอ้างไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ(ที่ไม่เคยกินเส้นกันเลยตลอดมา ยกเว้นพวกที่ค้าขายร่วมกันหรือมีผลประโยชน์ผูกพันกัน) แต่ก็นั่นแหละ บรรดา ส.ส.กลุ่มนี้เป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ จึงไม่ได้เป็นที่ต้องการของประชาชนอยู่แล้วเพียงแต่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาตามระเบียบวิธีทางกฎหมายเท่านั้น การกระทำทุกอย่างจึงเป็นไปตามที่ตนต้องการจะทำเท่านั้น เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยไม่อยู่ในความคิด เพราะไม่มีผลต่อคำแหน่งหน้าที่แต่อย่างใด แต่การกระทำทุกอย่างเพื่อสนองนโยบายของเจ้าชีวิตที่พวกตนเคารพบูชานั่นสามารถสร้างฐานะที่ร่ำรวย และสร้างความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานให้กับพวกตนได้ดีกว่า
เป็นที่น่าละอายอย่างยิ่งที่ได้พบเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศต่างระดมความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยอย่างเร่งรีบ แม้แต่หน่วยงานภาคเอกชน หรือประชาชนต่างท้องถิ่นที่บริจาคสิ่งของเท่าที่จะแบ่งปันได้ไปสู่ท้องถิ่นที่ประสบภัย โดยละทิ้งภารกิจประจำของตนโดยไม่เห็นแก่ความยากลำบากแม้บางครั้งจะทำให้สูญเสียรายได้ประจำที่เคยได้รับ แต่ทุกคนก็พร้อมที่อุทิศแรงกายแรงใจเพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ตรงกันข้ามกับ บรรดา ส.ส.ของประชาชนที่เดินทางออกไปนอกประเทศหันหลังให้กับน้ำตาของประชาชน เพียงมุ่งหวังประจบสอพลอผู้เป็นเจ้านายของตนโดยปราศจากความละอายใจแม้แต่น้อย ว่าตัวเองคือ ส.ส.ของคนไทย ที่ไม่เคยมีความสำนึกในความเป็นผู้รับใช้ประชาชน
ความแตกแยกร้าวฉานในแผ่นดินเกิดจากความเชื่อมั่นในความคิดของตนเอง ของใครบางคน ที่มองความระส่ำระสาย เป็นเหมือนโอกาสทองในการสร้างความร่ำรวยให้กับตนด้วยวิถีทางทางการเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมายของบ้านเมือง (โดยไม่ต้องคำนึงถึงหลักจริยธรรม คุณธรรม หรือความยุติธรรมใดๆ ทั้งสิ้น) ในขณะเดียวกันก็เผื่อแผ่ผลประโยชน์ส่วนน้อยเพียงบางส่วนกระจัดกระจายออกไปสู่ข้ารับใช้ให้ทั่วถึงเพื่อใช้เป็นอำนาจต่อรองในเรื่องความชอบธรรมจากการต่อต้านของบุคคลบางกลุ่ม
บุคคลประเภทนี้ แม้นถูกผืนแผ่นดินกลบหน้า ก็ยังไม่มีสามัญสำนึกตลอดกาล
17:14
chanin1222







